
ก๊าซชีวภาพจากหลุมฝังกลบ เกิดจากการย่อยสลายของขยะอินทรีย์ในหลุมฝังกลบด้วยจุลินทรีย์ในสภาวะไร้อากาศ โดยขุดหลุมขนาดใหญ่ บดอัดขยะ และกลบด้วยดิน ซึ่งหลุมฝังกลบขยะที่ดีควรมีระบบรองพื้นเพื่อป้องกันน้ำใต้ดินปนเปื้อน และระบบรวบรวมก๊าซชีวภาพ
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการผลิตก๊าซ:
- ความลึกของชั้นฝังกลบขยะ: ควรมีความลึกมากกว่า 12 เมตรขึ้นไป เพื่อให้เกิดสภาวะที่เหมาะสมสำหรับการย่อยสลายแบบไม่ใช้อากาศ
- สภาวะไร้ออกซิเจน: พื้นที่ฝังกลบควรมีระบบควบคุมการไหลเวียนของอากาศ เพื่อป้องกันไม่ให้ออกซิเจนเข้าไปในชั้นขยะ
- ปริมาณขยะมูลฝอย: ปริมาณขยะมูลฝอยที่มีในพื้นที่ฝังกลบส่งผลต่อปริมาณก๊าซชีวภาพที่ผลิตได้ โดยทั่วไป โครงการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพควรมีปริมาณขยะมูลฝอย 1 ล้านตันขึ้นไป
เทคโนโลยีก๊าซชีวภาพจากหลุมฝังกลบขยะอาศัยหลักการย่อยสลายทางชีวเคมีของขยะมูลฝอยในหลุมฝังกลบ โดยแบ่งเป็น 2 ช่วงหลักๆ ดังนี้
- ช่วงย่อยสลายแบบใช้อากาศ:
ในช่วงแรก ขยะมูลฝอยจะถูกย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ที่ใช้ออกซิเจน กระบวนการนี้จะผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นหลัก
- ช่วงย่อยสลายแบบไม่ใช้อากาศ:
เมื่อออกซิเจนหมดลง จุลินทรีย์แบบไม่ใช้ออกซิเจนจะเข้ามามีบทบาท กระบวนการนี้จะผลิตก๊าซมีเทนเป็นหลัก
ก๊าซชีวภาพที่ได้จะประกอบด้วยก๊าซมีเทน (CH4) ประมาณ 50-70% และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ประมาณ 30-50% ก๊าซเหล่านี้สามารถนำมาใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้า ช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย

การติดตามตรวจสอบก๊าซจากหลุมฝังกลบขยะมีความสำคัญอย่างไร
- ความปลอดภัย:
- ก๊าซส่วนใหญ่ประกอบด้วยมีเทน (CH4) ซึ่งเป็นก๊าซที่ติดไฟได้ง่าย การรั่วไหลของก๊าซนี้อาจก่อให้เกิดเพลิงไหม้หรือระเบิดได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีแหล่งจุดระเบิด
- มีเทนเป็นก๊าซพิษ หากสูดดมเข้าไปในปริมาณมากอาจส่งผลต่อระบบประสาทและระบบหายใจได้
- การปกป้องสิ่งแวดล้อม:
- มีเทนเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีศักยภาพในการกักเก็บความร้อนสูงกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 25 เท่า การปล่อยก๊าซมีเทนจากหลุมฝังกลบขยะที่ไม่ได้รับการควบคุม จึงส่งผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนอย่างรุนแรง
- การบริหารจัดการ:
- การติดตามตรวจสอบช่วยให้ทราบถึงประสิทธิภาพของระบบ ป้องกันการรั่วไหล และช่วยในการวางแผนปรับปรุงระบบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบ ช่วยประเมินอายุการใช้งานหลุมฝังกลบขยะ และวางแผนการจัดการและฟื้นฟูพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม
วิธีการตรวจวัดก๊าซชีวภาพมีหลายแบบ ดังนี้
- การตรวจวัดพื้นผิว: เป็นการตรวจวัดก๊าซที่เล็ดลอดออกมาจากผิวของหลุมฝังกลบ
- การตรวจวัดภายใน: เป็นการตรวจวัดก๊าซที่อยู่ภายในระบบท่อรวบรวมก๊าซ
เทคโนโลยีที่ใช้ในการตรวจวัดก๊าซชีวภาพก็มีหลายแบบเช่นกัน เช่น
- เครื่องวัดก๊าซแบบพกพา: เป็นเครื่องมือที่ง่ายต่อการใช้งานและพกพาสะดวก
- ระบบตรวจวัดอัตโนมัติ: เป็นระบบที่มีความแม่นยำสูงและสามารถส่งข้อมูลไปยังศูนย์กลางได้โดยอัตโนมัติ
การตรวจวัดก๊าซชีวภาพเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้สามารถปฏิบัติตามกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยให้สามารถใช้ประโยชน์จากก๊าซชีวภาพเป็นพลังงานทดแทนได้

Biogas Analyzer: Biogas 3000
เครื่องวิเคราะห์ก๊าซชีวภาพแบบต่อเนื่องสำหรับตรวจวัดก๊าซจากหลุมฝังกลบขยะ
• สามารถตรวจวัดก๊าซได้สูงสุด 5 ชนิดก๊าซ
– เซ็นเซอร์มาตรฐาน ตรวจวัดก๊าซ CH4, CO2 และ O2
– เซ็นเซอร์ที่ลูกค้าเลือกวัดได้ ตรวจวัดก๊าซ H2S, H2 และ CO
(สามารถเลือกได้สูงสุด 2 ชนิดก๊าซ)
• ได้รับมาตรฐาน ATEX และ IECEx สามารถติดตั้งในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดระเบิดได้ ในพื้นที่ zone2
• ภายใต้มาตรฐานการผลิต และสอบเทียบด้วยห้องปฏิบัติการมาตรฐาน ISO/IEC 17025
• ภายในเครื่อง สามารถวัดได้สูงสุด 4 จุดตรวจวัด เพื่อช่วยปรับปรุงกระบวนการผลิตก๊าซชีวภาพได้ทั้งก่อนและหลังระบบกำจัด H2S
• มาตรฐานการกันน้ำและฝุ่นละออง ระดับ IP65 ติดตั้งภายนอกอาคารได้
• มีระบบการกำจัดน้ำออกจากก๊าซชีวภาพก่อนการนำไปวิเคราะห์ค่า
• สัญญาณขาออกมีทั้งแบบ analog ได้แก่ 4-20 mA และสัญญาณ Digital ได้แก่ Modbus และมี Relay Alarm
• จอแสดงผล เป็นหน้าจอสี
• รับประกันคุณภาพตัวเครื่อง 1 ปี พร้อมหลักฐานการเป็นตัวแทนจำหน่ายโดยตรงจากผู้ผลิตเพื่อประโยชน์ในด้านการบริการหลังการขาย
บริษัท เอ็นเทค เอสไอ จำกัด ได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Geotech จากประเทศอังกฤษ รวมถึงการบริการหลังการขายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย
สนใจผลิตภัณฑ์ติดต่อได้ที่ : คุณวศิกา โทร. 094-462-6616 และ 092-249-8787 Line ID: @entechsi



