การตรวจวัดอุณหภูมิในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์

Optris การตรวจวัดอุณหภูมิในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 01
ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี สามารถพัฒนาให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยความหนาแน่นในแผงวงจรที่เพิ่มขึ้น แต่ขนาดยังคงเล็กเท่าเดิม จึงมาพร้อมกับความท้าทายปัญหาด้านความร้อนบนแผงวงจร เทคโนโลยีการตรวจวัดด้วยระบบกล้องอินฟราเรดจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ในปี 1965 กอร์ดอน มัวร์ ได้เสนอหลักการที่รู้จักกันในชื่อ กฎของมัวร์ กล่าวคือ ความหนาแน่นของอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์บนแผงวงจรจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุก ๆ 18 เดือน
Optris การตรวจวัดอุณหภูมิในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 02

ทำให้ชิปหรือแผงวงจรมีประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่ก็หมายความว่ามีการใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้น และเกิดความร้อนมากขึ้นตามไปด้วย เมื่อความหนาแน่นของอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้นในพื้นที่จำกัด ความร้อนจึงสะสมและระบายออกได้ยากขึ้น นอกจากนี้ อุณหภูมิที่สูงเกินไปยังส่งผลเสียต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทำให้อายุการใช้งานสั้นลง รวมถึงประสิทธิภาพลดลงอีกด้วย
จึงมีการหันมาใช้ระบบกล้องอินฟราเรด หรือกล้องถ่ายภาพความร้อน ซึ่งสามารถตรวจจับความร้อนที่แผ่ออกมาจากวัตถุบนแผงวงจรได้ โดยกล้องจะแสดงภาพความร้อนในรูปแบบสีต่าง ๆ สำหรับการบันทึกอุณหภูมิของชิ้นส่วนขนาดเล็กบนแผงวงจร จำเป็นต้องใช้กล้องอินฟราเรดที่มีความละเอียดสูงจึงจะสามารถระบุได้ว่าส่วนประกอบใดบนแผงวงจรที่มีอุณหภูมิสูงเกินไป เมื่อนำกล้องอินฟราเรดมาส่องที่แผงวงจร จะเห็นภาพความร้อนของแต่ละชิ้นส่วนอย่างชัดเจน ทำให้สามารถระบุจุดที่ร้อนเกินไป และหาสาเหตุของปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

การออกแบบวงจร: ก่อนที่จะผลิตวงจรอิเล็กทรอนิกส์จริง จะมีการจำลองพฤติกรรมความร้อนของวงจรด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งช่วยให้เห็นภาพว่าส่วนใดของวงจรจะมีอุณหภูมิสูง และอาจเกิดปัญหาความร้อนเกินได้ เมื่อวงจรถูกผลิตจริง จะใช้กล้องอินฟราเรดตรวจสอบอุณหภูมิจริงของวงจรเทียบกับที่จำลองไว้ หากพบความคลาดเคลื่อน ก็สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปปรับปรุงการออกแบบวงจรให้ดียิ่งขึ้นได้
การควบคุมคุณภาพ: ในกระบวนการผลิต อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะประกอบด้วยชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่มาจากซัพพลายเออร์ภายนอก การใช้กล้องอินฟราเรดช่วยให้ตรวจสอบคุณภาพของชิ้นส่วนเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เช่น การตรวจสอบรอยร้าวในชิป หรือการตรวจหาจุดบัดกรีที่ไม่สมบูรณ์ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายก่อนส่งมอบให้ลูกค้า เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มีคุณภาพตามมาตรฐาน
สำหรับการตรวจวัดชิ้นส่วนของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดเล็ก จำเป็นต้องใช้กล้องอินฟราเรดที่มีคุณภาพสูงเพื่อดูโครงสร้างขนาดเล็กในแผงวงจร กล้องอินฟราเรดที่มีความระเอียดสูงจะมีชิปเซ็นเซอร์ที่เรียกว่า “โบโลมิเตอร์ FPA” ซึ่งประกอบด้วยเซ็นเซอร์รับความร้อนขนาดเล็กนับล้านตัว (ไมโครโบโลมิเตอร์ FPA (Focal Plane Array)) เรียงกันเป็นเมทริกซ์คล้ายกับพิกเซลในกล้อง ซึ่งแต่ละเซ็นเซอร์มีความไวต่อความร้อนสูง เมื่อรังสีอินฟราเรดกระทบเซ็นเซอร์ ความต้านทานไฟฟ้าของเซ็นเซอร์จะเปลี่ยนแปลงไป ทำให้สามารถสร้างภาพความร้อนของวัตถุได้
Optris การตรวจวัดอุณหภูมิในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 03
กล้องอินฟราเรดที่มีจำนวนพิกเซลมากยิ่งมีความละเอียดสูง และสามารถแยกรายละเอียดของวัตถุได้ชัดแจนยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เซ็นเซอร์แต่ละตัวมีขนาดเล็กลง ทำให้การตรวจจับการแผ่รังสีความร้อนในแต่ละจุดมีความยากลำบากเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงต้องการการตรวจจับที่สูงขึ้น โดยใช้เทคนิค เช่น การเพิ่มเวลาในการเก็บภาพ (ลดเฟรมเรท) เพื่อให้ได้สัญญาณที่เพียงพอในการสร้างภาพที่มีความละเอียดของอุณหภูมิ

นอกจากเซ็นเซอร์ภาพที่ไวต่อความร้อนแล้ว “เลนส์” ก็มีความสำคัญในการให้ภาพที่มีความละเอียดสูง โดยทั่วไปแล้วกล้องอินฟราเรทที่มีคุณภาพจะมีเลนส์ที่มีความสามารถในการรับรังสีอินฟราเรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ถูกรบกวนจากแสงอื่น 

Optris การตรวจวัดอุณหภูมิในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 04

เลนส์จะทำหน้าที่ในการรวบรวมรังสีความร้อนที่แผ่ออกมาจากวัตถุ และโฟกัสไปยังเซ็นเซอร์ภาพ ทำให้สามารถเห็นความแตกต่างของอุณหภูมิบนพื้นผิวของวัตถุได้ชัดเจน กล้องอินฟราเรดส่วนใหญ่จะทำงานในช่วงความยาวคลื่น 8-14 ไมโครเมตร ซึ่งสามารถตรวจจับความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กล้องถ่ายภาพความร้อน: เลือกอย่างไรให้เหมาะสมกับการใช้งาน

“ความละเอียดของภาพ”

          ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการเลือกใช้กล้องคือ ความละเอียดของภาพ ซึ่งเกี่ยวข้องกับขนาดของพิกเซลบนเซ็นเซอร์ หากต้องการความละเอียดสูง เพื่อให้เห็นรายละเอียดของวัตถุได้ชัดเจน ก็จำเป็นต้องเลือกเซ็นเซอร์ที่มีจำนวนพิกเซลมาก แต่หากพิกเซลมีขนาดเล็ก ก็จะมีข้อเสียคือ รูรับแสงขนาดเล็กจะปล่อยให้แสงเข้ามาน้อยลง ดังนั้นต้องได้รับการชดเชยด้วยเซ็นเซอร์ที่ไวต่อแสงมากขึ้นตามสัดส่วน

“เลนส์และมุมมองภาพ”

เลนส์ของกล้องอินฟราเรดหรือกล้องถ่ายภาพความร้อนมีบทบาทสำคัญในการกำหนดมุมมองภาพ (Field of View) หรือระยะการมองเห็นของกล้อง ยิ่งเลนส์มีความยาวโฟกัสสั้นเท่าใด มุมมองภาพก็จะยิ่งกว้างขึ้น แต่ความละเอียดของภาพในส่วนที่อยู่ไกลออกไปอาจลดลง ในทางกลับกัน หากเลนส์มีความยาวโฟกัสยาว มุมมองภาพจะแคบลง แต่จะให้รายละเอียดของวัตถุที่อยู่ไกลออกไปได้ดีขึ้น การเลือกเลนส์ที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับขนาดของวัตถุที่ต้องการตรวจวัด และระยะห่างระหว่างกล้องกับวัตถุ

Optris การตรวจวัดอุณหภูมิในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 07
กล่าวโดยสรุปได้ว่า การเลือกกล้องควรเลือกตามขนาดของวัตถุ และระยะห่างระหว่างวัตถุกับเซ็นเซอร์ ทั้งเลนส์และเซ็นเซอร์ของกล้องอินฟราเรดหรือกล้องถ่ายภาพความร้อนต้องมีความเหมาะสมกับการตรวจวัด เพื่อให้ได้ภาพความร้อนที่มีทั้งความละเอียดทางความร้อนและความละเอียดทางรูปทรงที่ดี

แนะนำผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

              กล้องถ่ายภาพความร้อนอินฟราเรดแบบไมโครสโคปของ Optris รุ่น PI 640i และ Xi 400 สามารถใช้สำหรับวัดอุณหภูมิแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยกล้องทั้งสองรุ่นนี้มีขนาดเซ็นเซอร์ 640 x 480 พิกเซล (PI 640i) และ 382 x 288 พิกเซล (Xi 400 microscope) พร้อมเลนส์ไมโครสโคปที่สามารถเปลี่ยนและปรับโฟกัสได้ จึงสามารถจับภาพส่วนประกอบหรือโครงสร้างขนาดเล็กมากบนแผงวงจร โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางจุดวัดที่เล็กที่สุดสำหรับรุ่น PI 640i คือ 8 µm อุณหภูมิถูกวัดด้วยความแม่นยำ ±2 °C ด้วยเฟรมเรทสูงสุดที่ 125 Hz สามารถจับภาพในกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วได้ ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้สามารถถ่ายทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ และสามารถวิเคราะห์ได้ด้วยซอฟต์แวร์ของ Optris

Optris PI 640i
(standard optics and microscope optics)
Xi 400
(Microscope optics)
Optris Pi 640iXi 400
  • ความละเอียดของภาพ 640 x 480 pixels @ 32 Hz และ 640 x 120 pixels @ 125 Hz
  • ช่วงการวัด (-20)-100°C / 0-250°C / (20)150-900 °C
  • สามารถวิเคราะห์ส่วนประกอบที่เล็กที่สุดจนถึง 8 µm
  • สามารถเปลี่ยนเลนส์และปรับโฟกัสได้ เพื่อความยืดหยุ่นต่อการใช้งาน
  • เฟรมเรทสูงสุด 125 Hz สามารถตรวจวัดในกระบวนการที่รวดเร็วได้
  • การบันทึกวิดีโอหรือ tiff แบบเรดิโอเมตริกด้วยความแม่นยำในการวัด +/-2 °C
  • ความไวต่ออุณหภูมิ (NETD) 80 mK
  • ความละเอียดของภาพ 382×288 px
  • ช่วงการตรวจวัด (–20 °C)…100 °C, 0 °C … 250 °C, (20) 150 °C … 900 °C
  • สามารถวิเคราะห์ส่วนประกอบที่เล็กที่สุดจนถึง 240 µm
  • สามารถบันทึกวิดีโอแบบเรดิโอเมตริก
  • ใช้งานง่ายด้วยการโฟกัสด้วยมอเตอร์
  • ความไวต่ออุณหภูมิ (NETD) 80 mK

ศึกษาผลิตภัณฑ์ Optris เพิ่มเติมได้ที่:

สนใจผลิตภัณฑ์ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม: คุณวศิกา โทร. 094-462-6616 และ 092-249-8787 Line ID: @entechsi

Social Share