การตรวจจับตะกรันระหว่างกระบวนการหล่อโลหะด้วยเทคโนโลยีถ่ายภาพความร้อน

ลดของเสียและเพิ่มประสิทธิภาพด้วยระบบตรวจจับตะกรันอินฟราเรดแบบเรียลไทม์ระหว่างการหล่อโลหะ

Challenge
Solution
Benefits

การตรวจจับตะกรันอย่างแม่นยำในกระบวนการหล่อโลหะเป็นเรื่องท้าทาย เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่รุนแรง ความร้อนสูง และสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ หากไม่สามารถตรวจจับตะกรันได้ทัน อาจทำให้เกิดจุดอ่อนในโครงสร้าง รูพรุน คุณภาพลดลง และต้องเสียเวลาในการแก้ไขหรือทิ้งชิ้นงาน ระบบตรวจจับแบบเดิมมักมีต้นทุนสูง และต้องการการบำรุงรักษามาก จึงไม่สะดวกสำหรับการใช้งานต่อเนื่องในโรงงานอุตสาหกรรม

การถ่ายภาพความร้อนอินฟราเรดแบบเรียลไทม์สามารถตรวจจับตะกรันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างตะกรันกับโลหะหลอม ซึ่งสิ่งเจือปนมักแสดงออกเป็นการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิอย่างฉับพลัน วิธีนี้สามารถติดตั้งได้ในตำแหน่งที่ปลอดภัย ห่างจากความร้อนจัด ช่วยให้ตรวจจับตะกรันได้ทันที ดำเนินการแก้ไขได้อย่างทันท่วงที โดยไม่ต้องหยุดกระบวนการผลิตหรือสัมผัสกับวัสดุอันตรายโดยตรง

  • ลดของเสียและงานแก้ไขซ้ำ ด้วยการกำจัดตะกรันได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์
  • เพิ่มความปลอดภัยให้กับพนักงาน ด้วยระบบตรวจจับตะกรันระยะไกลแบบไม่ต้องสัมผัสโดยตรง
  • เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการหล่อโลหะ ด้วยการตรวจจับตะกรันอัตโนมัติ ลดเวลาหยุดการผลิต
  • ตรวจสอบคุณภาพได้ต่อเนื่อง แม้ในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง มีฝุ่นหรือสิ่งปนเปื้อน

ติดตั้งง่าย สามารถรวมเข้ากับระบบอัตโนมัติในสายการผลิตได้รวดเร็ว โดยไม่รบกวนกระบวนการเดิม

การควบคุมคุณภาพในการหล่อโลหะ: จำเป็นต้องมีการตรวจจับตะกรันล่วงหน้าอย่างแม่นยำแบบเรียลไทม์

ตะกรันเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการหลอมโลหะ ซึ่งประกอบด้วยออกไซด์และสิ่งเจือปนอื่น ๆ ที่แยกตัวออกจากโลหะหลอม หากไม่ได้กำจัดอย่างถูกต้อง ตะกรันอาจปะปนลงในชิ้นงานหล่อโลหะ ทำให้เกิดข้อบกพร่อง เช่น ความไม่แข็งแรงของโครงสร้างหรือรูพรุน ส่งผลให้ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ลดลง ดังนั้นการควบคุมคุณภาพที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพในการหล่อโลหะจึงเป็นสิ่งสำคัญ การตรวจพบตะกรันต้องตามด้วยกระบวนการกำจัด เช่น การกวาดผิว (skimming) หรือการใช้สารฟลักซ์ (fluxing agents) การตรวจจับตะกรันอย่างมีประสิทธิภาพช่วยเพิ่มอัตราผลผลิต และลดการบำรุงรักษาหลุมหลอมแบบ BOF หรือ EAF ได้ โดยการแยกตะกรันออกตั้งแต่เนิ่น ๆ

การตรวจจับตะกรันแบบเรียลไทม์เพื่อการหล่อโลหะคุณภาพสูงด้วยกล้องอินฟราเรดที่ปรับแต่งอย่างเหมาะสม

กล้องอินฟราเรดจาก Optris เป็นทางเลือกที่เหมาะสมในการรับมือกับความท้าทายของการตรวจจับตะกรันในกระบวนการหล่อโลหะ โดยการถ่ายภาพด้วยเทอร์โมกราฟี (Thermography) ช่วยให้สามารถตรวจจับตะกรันได้แบบเรียลไทม์และทันที

กล้อง PI 640i G7 ซึ่งเป็นกล้องอินฟราเรดรุ่นแข็งแรงทนทานจาก Optris มาพร้อมฟิลเตอร์พิเศษที่ออกแบบมาเพื่อการตรวจจับตะกรันโดยเฉพาะ กล้องรุ่นนี้ใช้หลักการที่ว่า “ตะกรันมีค่าการแผ่รังสี (emissivity) สูงกว่าพื้นผิวโลหะบริสุทธิ์อย่างชัดเจน” โดยการตรวจสอบความแตกต่างของอุณหภูมิบนผิวหน้าของโลหะหลอมละลายอย่างต่อเนื่อง กล้องสามารถตรวจพบตะกรันและส่งสัญญาณแจ้งเตือนทันที เพื่อให้สามารถกำจัดตะกรันออกได้ก่อนที่มันจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการหล่อ

แม้อุณหภูมิของตะกรันและโลหะหลอมจะใกล้เคียงกัน แต่การที่อุณหภูมิเพิ่มขึ้นมากกว่า 200 °C ถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ามีตะกรันอยู่ เพื่อการตรวจจับที่แม่นยำ กล้องอินฟราเรดจะถูกติดตั้งและปรับมุมให้เหมาะสมจากระยะที่ปลอดภัยห่างจากรางหล่อ โดยเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรือหน้าจอแสดงผลในพื้นที่ เพื่อให้สามารถตรวจสอบกระบวนการได้แบบเรียลไทม์

เมื่อระบบตรวจจับตะกรันได้จากความแตกต่างของอุณหภูมิ ก็สามารถส่งคำสั่งไปยังกระบวนการถัดไปได้ เช่น การหยุดกระบวนการหากจำเป็น ระบบตรวจจับตะกรันประเภทนี้มักถูกนำไปใช้งานร่วมกับกระบวนการเทโลหะและเปิดวาล์วหลอมแบบอัตโนมัติ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์โลหะที่มีคุณภาพสม่ำเสมอและลดการปนเปื้อนของตะกรันในชิ้นงานอย่างมีประสิทธิภาพ

การตรวจจับและควบคุมตะกรันแบบอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีกล้องอินฟราเรด Optris ในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง

Thermography เป็นเทคนิคที่ไม่ต้องสัมผัสกับกระบวนการหล่อโลหะ ทำให้สามารถตรวจจับตะกรันได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องหยุดกระบวนการ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมและลดเวลาในการหยุดทำงาน

การใช้กล้องอินฟราเรดช่วยลดความจำเป็นในการตรวจสอบด้วยมือ ซึ่งมักต้องเข้าใกล้โลหะที่มีความร้อนสูงและอาจเป็นอันตราย จึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับพนักงาน โดยลดการสัมผัสกับสภาพแวดล้อมที่เสี่ยง

กล้องอินฟราเรดจาก Optris ติดตั้งง่ายด้วยดีไซน์ที่ทนทานและกะทัดรัด พร้อมอุปกรณ์เสริมหลากหลาย เช่น Optris Cooling Jacket Advanced และ Laminar Air Purges ทำให้เหมาะสำหรับใช้งานในสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรมที่สมบุกสมบัน

ในบริเวณที่มีฝุ่นและควันมาก กล้องอินฟราเรดรุ่น PI 640i G7 มีประสิทธิภาพสูง ด้วยความยาวคลื่นที่ 7.9 ไมโครเมตร ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากฝุ่นและควัน เนื่องจากอนุภาคเหล่านี้ไม่ดูดกลืนแสงในช่วงความยาวคลื่นนี้

โซลูชันกล้องและซอฟต์แวร์จาก Optris ถูกออกแบบให้ใช้งานได้ยืดหยุ่น สามารถผสานเข้ากับระบบเดิมได้อย่างราบรื่น รองรับการเชื่อมต่อกับ PLC หรือจอแสดงผลภายในโรงงาน โดยไม่ทำให้กระบวนการผลิตหยุดชะงัก

ด้วยโซลูชันจาก Optris กระบวนการหล่อสามารถทำงานแบบอัตโนมัติและควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อระบบตรวจพบตะกรัน สามารถตั้งให้มีการแจ้งเตือน หรือหยุดกระบวนการหล่อได้ทันที เพื่อรักษาประสิทธิภาพสูงสุดและควบคุมคุณภาพการผลิตอย่างแม่นยำ

ผลิตภัณฑ์แนะนำ

PI 640i G7

  • ความละเอียดของพิกเซล: 640 x 480
  • ช่วงอุณหภูมิที่วัดได้: 150°C ถึง 3000°C
  • ความไวต่อแสงสเปกตรัม: 7.9 µm ซึ่งตรงกับค่าการแผ่รังสีสูงสุดของกระจก
  • อัตราเฟรมเรตสูงสุด: 125 เฟรมต่อวินาที (Hz)

PI 450i G7

  • ช่วงอุณหภูมิที่วัดได้: 150°C ถึง 900°C (สามารถเลือกได้ถึง 1500°C)
  • ความไวต่อแสงสเปกตรัม: 7.9 µm ซึ่งตรงกับค่าการแผ่รังสีสูงสุดของกระจก
  • แสดงภาพความร้อนได้สูงสุดถึง 80 เฟรมต่อวินาที
  • ความไวต่ออุณหภูมิสูงมาก ถึง 40 mK
  • รองรับอุณหภูมิแวดล้อมได้สูงสุดถึง 80°C

Cooling Jacket Advanced

  • รองรับการใช้งานร่วมกับกล้องอินฟราเรดรุ่น PI และไพโรมิเตอร์ประสิทธิภาพสูง
  • รองรับการทำงานในอุณหภูมิสูง: สูงสุด 315°C
  • ขีดจำกัดอุณหภูมิของไพโรมิเตอร์: 250°C
  • มีระบบระบายความร้อนด้วยน้ำสามารถติดตั้งระบบเป่าลมแบบลามินาร์
  • มีตัวเลือกหน้าต่างป้องกัน (Protective Windows)

📞 สนใจผลิตภัณฑ์ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : คุณวศิกา โทร. 094-462-6616 และ 092-249-8787 Line ID: @entechsi

Social Share