
ในยุคที่อุตสาหกรรมทั่วโลกต้องเผชิญกับวิกฤตพลังงานและราคาเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน หรือชีวมวล การลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจึงเป็นเรื่องเร่งด่วน หนึ่งในแนวทางที่คืนทุนไวและได้ผลจริงคือการใช้ เครื่องวิเคราะห์ก๊าซออกซิเจนและก๊าซเผาไหม้แบบต่อเนื่อง (Combustion Control Analyzer) เพื่อควบคุมกระบวนการเผาไหม้ให้สมบูรณ์ที่สุด
ทำไมการวิเคราะห์ก๊าซออกซิเจนจึงสำคัญ ?

การวิเคราะห์ก๊าซออกซิเจน (O₂) ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดในการควบคุมกระบวนการเผาไหม้ในระบบอุตสาหกรรม เนื่องจากออกซิเจนเป็นตัวกำหนดโดยตรงว่าเชื้อเพลิงจะเผาไหม้ได้ “สมบูรณ์” หรือ “สูญเสียพลังงาน” มากน้อยเพียงใด ในหลายโรงงาน ต้นทุนพลังงานคิดเป็น 20–60% ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด โดยเฉพาะโรงงานที่ใช้ระบบ Boiler Furnace Kiln Heater หรือ Incinerator ในการผลิตพลังงานความร้อน ซึ่งประสิทธิภาพของระบบเหล่านี้ขึ้นอยู่กับสมดุลระหว่างอากาศและเชื้อเพลิง (Air-Fuel Ratio) อย่างแม่นยำ ดังนั้นการเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้เพียงเล็กน้อยจึงสามารถช่วยลดต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ
การเผาไหม้ที่สมบูรณ์ต้องอาศัยองค์ประกอบหลัก 3 อย่าง ได้แก่
- เชื้อเพลิง (Fuel)
- อากาศ (Air)
- ความร้อน (Heat)
ในกระบวนการเผาไหม้ อากาศที่จ่ายเข้าสู่ระบบจะมีออกซิเจนประมาณ 21% ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวช่วยให้เชื้อเพลิงเกิดการเผาไหม้ได้อย่างสมบูรณ์
- หากมีอากาศมากเกินไป → สูญเสียพลังงานโดยไม่จำเป็น
- หากมีอากาศน้อยเกินไป → เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ เกิด CO และเขม่า
ดังนั้น การวัดค่าออกซิเจนในปล่องก๊าซจึงเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญว่าการเผาไหม้มีประสิทธิภาพหรือไม่
การควบคุม Excess Air คือหัวใจของการประหยัดพลังงาน
ในระบบเผาไหม้ โรงงานมักต้องจ่ายอากาศมากกว่าทฤษฎีเล็กน้อย เรียกว่า Excess Air เพื่อให้แน่ใจว่าเชื้อเพลิงเผาไหม้หมด แต่หาก Excess Air มากเกินไปจะทำให้สูญเสียความร้อนผ่านปล่อง ประสิทธิภาพ Boiler ลดลง และใช้เชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น
ตัวอย่างผลกระทบจาก Excess Air
| ค่า O₂ ในปล่อง | ประสิทธิภาพ |
| ค่า O₂ ในปล่อง 2–3% | ประสิทธิภาพสูง |
| ค่า O₂ ในปล่อง 4–6% | เริ่มสูญเสียพลังงาน |
| ค่า O₂ ในปล่อง >7% | สูญเสียพลังงานสูง |
ถึงแม้ค่า O₂ เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยก็สามารถส่งผลต่อค่าเชื้อเพลิงอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น Boiler ขนาดใหญ่ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ หากปรับ O₂ จาก 6% → 3% ก็สามารถลดการใช้เชื้อเพลิงได้ประมาณ 1–3% สำหรับโรงงานขนาดใหญ่อาจประหยัดได้หลักแสนถึงหลักล้านบาทต่อปี
ความสำคัญของเครื่องวิเคราะห์ก๊าซออกซิเจน (ที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบปรับการจ่ายก๊าซออกซิเจน)
เครื่องวิเคราะห์ก๊าซออกซิเจนถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบควบคุมการจ่ายอากาศและการเผาไหม้ในโรงงานอุตสาหกรรม ในปัจจุบัน โรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้กระบวนการเผาไหม้ เช่น Boiler, Furnace, Heater, Kiln หรือ Incinerator ต่างต้องเผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยที่เข้มงวดมากขึ้น ทำให้การควบคุมการเผาไหม้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดกลายเป็นสิ่งสำคัญ หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของระบบควบคุมการเผาไหม้คือ เครื่องวิเคราะห์ก๊าซออกซิเจน (O₂ Analyzer) ซึ่งทำหน้าที่วัดปริมาณออกซิเจนในก๊าซไอเสีย (Flue Gas) จากกระบวนการเผาไหม้ เป็นส่วนหนึ่งของระบบปรับการจ่ายอากาศหรือออกซิเจน (Air/Fuel Control System) เพื่อให้การเผาไหม้มีประสิทธิภาพสูงสุด ลดการสูญเสียพลังงาน และเพิ่มความปลอดภัยในกระบวนการผลิต
| ระบบควบคุมการเผาไหม้ | ขั้นตอนการทำงานโดยทั่วไป |
| Burner system | 1. เครื่องวิเคราะห์วัดค่า O₂ ในปล่อง |
| Fuel control system | 2. ส่งสัญญาณไปยัง PLC หรือ DCS |
| Air control system | 3. ระบบควบคุมปรับ Damper หรือ Fan |
| Oxygen analyzer | 4. ปรับ Air/Fuel ratio อัตโนมัติ |
| Control system (PLC / DCS) | 5. ระบบเผาไหม้มีประสิทธิภาพสูงสุด |
- เครื่องวิเคราะห์ก๊าซออกซิเจนทำหน้าที่เป็น Sensor หลักของระบบควบคุมการเผาไหม้ การวิเคราะห์แบบ Real-time ช่วยปรับ Air/Fuel ratio อัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ หากไม่มีระบบวัด O₂ แบบต่อเนื่อง โรงงานมักใช้วิธี Manual measurement, Operator experience หรือ Periodic tuning ซึ่งมักมีข้อจำกัด เช่น ไม่สามารถปรับแบบ Real-time ไม่สามารถรองรับโหลดที่เปลี่ยนแปลง และประสิทธิภาพไม่คงที่
- ลดต้นทุนพลังงาน การปรับค่า O₂ ให้เหมาะสมช่วยลด Excess air ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการสูญเสียพลังงานในหลายโรงงาน การปรับค่า O₂ เพียงเล็กน้อย สามารถลดค่าเชื้อเพลิงได้ 1–5% สำหรับโรงงานขนาดใหญ่ อาจประหยัดได้หลักล้านบาทต่อปี
- เพิ่มความปลอดภัยในระบบ การควบคุม O₂ ช่วยลด CO accumulation, Flame instability, Explosion risk และช่วยเพิ่มความปลอดภัยในระบบเผาไหม้
- ลดการปล่อยมลพิษ การเผาไหม้ที่มีประสิทธิภาพช่วยลด CO Nox และ Unburned hydrocarbon ช่วยให้โรงงานสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมได้ง่ายขึ้น
- เพิ่มเสถียรภาพของกระบวนการผลิต เมื่อระบบเผาไหม้เสถียร อุณหภูมิสม่ำเสมอ คุณภาพผลิตภัณฑ์ดีขึ้น ลด downtime ลดการปรับ manual ส่งผลให้การผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เทคโนโลยีเครื่องวิเคราะห์ก๊าซออกซิเจนในอุตสาหกรรม
เครื่องวิเคราะห์ O₂ ในอุตสาหกรรมมักใช้เทคโนโลยี Zirconia technology, Paramagnetic analyzer, Electrochemical sensor โดยเทคโนโลยี Zirconia เป็นที่นิยมมากที่สุดในระบบเผาไหม้ เนื่องจาก
- Response time เร็ว
- ทนความร้อนสูง
- วัดแบบ In-situ ได้
- Maintenance ต่ำ
Zirconia sensor ทำจากเซรามิก Zirconium Oxide ซึ่งเมื่อถูกให้ความร้อนจะกลายเป็นตัวนำไอออนออกซิเจนได้ เมื่อมีความแตกต่างของปริมาณออกซิเจนระหว่างด้านหนึ่งที่เป็นอากาศอ้างอิง และอีกด้านเป็นก๊าซในปล่อง จะเกิดแรงดันไฟฟ้า ซึ่งสามารถนำมาคำนวณเป็นค่า O₂ ได้

ข้อจำกัดของการวัดออกซิเจนเพียงอย่างเดียว และความสำคัญของการวัด COe ควบคู่
ในระบบเผาไหม้ของอุตสาหกรรม การวัดปริมาณออกซิเจน (O₂) ถือเป็นวิธีพื้นฐานที่ใช้กันมาอย่างยาวนานเพื่อควบคุมประสิทธิภาพการเผาไหม้ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันพบว่าการวัด O₂ เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับการควบคุมการเผาไหม้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะในกระบวนการที่มีความซับซ้อน หรือมีการเปลี่ยนแปลงของเชื้อเพลิงและโหลดการผลิตอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น แนวโน้มของอุตสาหกรรมยุคใหม่จึงเริ่มใช้ การวัด O₂ ควบคู่กับ COe (Carbon Monoxide equivalent) เพื่อให้สามารถควบคุมการเผาไหม้ได้แม่นยำมากขึ้น และลดการสูญเสียพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ข้อจำกัดของการวัด O₂ เพียงอย่างเดียว
- ในบางกรณี ค่า O₂ อาจอยู่ในช่วงปกติ แต่การเผาไหม้ยังคงไม่สมบูรณ์ เช่น การผสมอากาศกับเชื้อเพลิงไม่ดี Burner ทำงานไม่สมบูรณ์ เชื้อเพลิงมีคุณภาพไม่สม่ำเสมอ หรือการกระจายเปลวไฟไม่ทั่วถึง ในกรณีนี้ อาจเกิด CO สูง แต่ค่า O₂ ยังดูเหมือนปกติ ทำให้ผู้ควบคุมระบบเข้าใจผิดว่าการเผาไหม้มีประสิทธิภาพ
- ค่า O₂ อาจได้รับผลกระทบจาก Air Leakage ในระบบปล่องหรือ Furnace อาจมีอากาศรั่วเข้าไป (Air infiltration) ทำให้ค่า O₂ สูงขึ้นแต่ไม่ได้หมายถึงเผาไหม้ดีขึ้น ในกรณีนี้ ระบบอาจปรับเชื้อเพลิงผิดพลาด ทำให้สูญเสียพลังงานโดยไม่จำเป็น
- ไม่สามารถตรวจจับเชื้อเพลิงที่เผาไหม้ไม่หมด การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์อาจทำให้เกิด CO H₂ CH₄ และHydrocarbon อื่น ๆ ซึ่งก๊าซเหล่านี้หมายถึงพลังงานที่สูญเสียไป แต่การวัด O₂ เพียงอย่างเดียวไม่สามารถตรวจจับได้
- COe คืออะไร และสำคัญอย่างไร
COe (Carbon Monoxide equivalent) คือค่าที่ใช้แสดงก๊าซเผาไหม้ไม่สมบูรณ์รวมกัน เช่น
- CO (Carbon monoxide)
- H₂ (Hydrogen)
- CH₄ (Methane)
- Hydrocarbon อื่น ๆ
ก๊าซเหล่านี้คือเชื้อเพลิงที่ยังเผาไหม้ไม่หมด ซึ่งหมายถึงการสูญเสียพลังงานโดยตรง ดังนั้นการวัด COe จึงช่วยให้สามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการเผาไหม้ได้แม่นยำยิ่งขึ้น
การเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ด้วย RB Technologies
โซลูชันการวัด O₂ และ COe เพื่อการควบคุมพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ จากความสำคัญของการควบคุมการเผาไหม้ในระบบอุตสาหกรรม การวัดค่าออกซิเจน (O₂) เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานสูงสุด ดังนั้นการวัด O₂ ควบคู่กับ COe (Carbon Monoxide equivalent) จึงเป็นแนวทางที่ช่วยให้สามารถควบคุมการเผาไหม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสียพลังงาน และเพิ่มความปลอดภัยของระบบ ซึ่งเครื่องวิเคราะห์การเผาไหม้ของ RB Technologies ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว โดยใช้เทคโนโลยี Zirconia O₂ + COe Measurement ที่ช่วยให้สามารถควบคุมการเผาไหม้ได้อย่างแม่นยำแบบ Real-time


- วัดค่า O₂ และ COe พร้อมกัน
- เทคโนโลยี Zirconia In-situ Measurement และ FiNCORE Technology ตอบสนองได้รวดเร็วแบบ Real-time
- เหมาะกับอุณหภูมิสูงและสภาพแวดล้อมรุนแรง
- Explosion-proof สำหรับพื้นที่อันตราย
- ติดตั้งง่าย ไม่ต้องใช้ระบบ Sampling ซับซ้อน
- ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา
- รองรับการเชื่อมต่อกับระบบ PLC / DCS
📞 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
☎ โทรศัพท์ 02-779-8855 ต่อ 165-166
📱 คุณวศิกา โทรศัพท์ 092-249-8787
💬 Line: @entechsi https://line.me/R/ti/p/@entechsi
info@entechsi.com
🌐 เว็บไซต์: https://entechsi.com/



