สภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันส่งผลกระทบไปยังภาคส่วนต่างๆ รวมไปถึงพลังงานไฟฟ้าที่มีค่าวัตถุดิบในการผลิตสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าผันแปรมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับนโยบายของภาครัฐที่สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด ส่งผลให้โซลาร์เซลล์ได้รับความนิยมมากขึ้นในประเทศไทย โซลาร์เซลล์ เป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า โดยสามารถติดตั้งได้ทั้งบนหลังคาอาคารบ้านเรือน โรงงานอุตสาหกรรม หรือพื้นที่โล่งกว้าง โดยการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาอาคารบ้านเรือน สามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 20-30% นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีนโยบายสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ เช่น การลดหย่อนภาษีเงินได้สำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ เป็นต้น
การทำงานของระบบโซลาร์เซลล์
ระบบโซลาร์เซลล์จะเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าโดยใช้เซลล์แสงอาทิตย์ (Solar cell) เป็นส่วนประกอบหลัก โดยเซลล์แสงอาทิตย์จะผลิตกระแสไฟฟ้ากระแสตรง (DC) เมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบ กระแสไฟฟ้ากระแสตรงที่ผลิตได้จะถูกส่งไปยังอินเวอร์เตอร์ (Inverter) เพื่อแปลงเป็นกระแสไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ที่สามารถใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไปได้
ระบบโซลาร์เซลล์สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้
- ระบบออนกริด (On-Grid) ระบบนี้เชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของบ้านหรืออาคาร ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซลาร์เซลล์จะถูกส่งเข้าระบบไฟฟ้าของบ้านหรืออาคาร และสามารถนำมาใช้งาน หรือขายคืนให้กับการไฟฟ้าได้
- ระบบออฟกริด (Off-Grid) ระบบนี้ไม่ได้เชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของบ้านหรืออาคาร ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซลาร์เซลล์จะถูกเก็บไว้ในแบตเตอรี่ และนำมาใช้งานในเวลากลางคืนหรือในเวลาที่ไม่มีแสงอาทิตย์
- ระบบไฮบริด (Hybrid) ระบบนี้เป็นการผสมผสานระหว่างระบบออนกริดและระบบออฟกริด ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซลาร์เซลล์จะถูกส่งเข้าระบบไฟฟ้าของบ้านหรืออาคาร และสามารถนำมาใช้งาน หรือขายคืนให้กับการไฟฟ้า หากผลิตไฟฟ้าได้เกินความต้องการ จะถูกเก็บไว้ในแบตเตอรี่ และนำมาใช้งานในเวลากลางคืนหรือในเวลาที่ไม่มีแสงอาทิตย์
อุปกรณ์สำหรับระบบโซลาร์เซลล์ประกอบด้วยส่วนประกอบหลักๆ ดังนี้
- แผงโซลาร์เซลล์ (Solar panel) ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้า
- อินเวอร์เตอร์ (Inverter) ทำหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสตรงที่ได้จากแผงโซลาร์เซลล์ให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ
- อุปกรณ์ควบคุม (Controller) ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบโซลาร์
นอกจากส่วนประกอบหลักๆ ข้างต้นแล้ว ระบบโซลาร์เซลล์อาจประกอบด้วยส่วนประกอบอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น
- แบตเตอรี่ (Battery) ทำหน้าที่เก็บไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซลาร์เซลล์ไว้ใช้ในเวลากลางคืนหรือในเวลาที่ไม่มีแสงอาทิตย์
- รางยึดแผงโซลาร์เซลล์ (Solar panel mounting rack) ทำหน้าที่ยึดแผงโซลาร์เซลล์ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อให้ได้รับแสงอาทิตย์อย่างเต็มที่
- สายไฟและอุปกรณ์เชื่อมต่อ (Wiring and connectors) ทำหน้าที่เชื่อมต่อส่วนประกอบต่างๆ ของระบบโซลาร์เซลล์เข้าด้วยกัน

สาเหตุของการเลือกใช้ระบบโซลาร์เซลล์
- เป็นพลังงานสะอาด ไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศและน้ำ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานหมุนเวียนที่มาจากธรรมชาติ จึงไม่มีวันหมดและไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม
- สามารถใช้ทดแทนพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลได้ เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ เป็นแหล่งพลังงานหลักในปัจจุบัน แต่เป็นแหล่งพลังงานที่ก่อให้เกิดมลพิษและสิ้นเปลืองทรัพยากรธรรมชาติ การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์สามารถช่วยทดแทนการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลได้
- สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ในระยะยาว เนื่องจากแผงโซลาร์เซลล์มีอายุการใช้งานยาวนานหลายสิบปี
- ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ก๊าซเรือนกระจกเป็นสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อน การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ เนื่องจากพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานหมุนเวียนที่ไม่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก
- เพิ่มมูลค่าให้กับทรัพย์สิน การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพย์สิน เช่น บ้าน อาคารพาณิชย์ เป็นต้น
นอกจากนี้ การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ยังสามารถช่วยเพิ่ม
การวัดรังสีจากดวงอาทิตย์ในระบบโซลาร์เซลล์
การวัดรังสีจากดวงอาทิตย์ในระบบโซลาร์มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากรังสีจากดวงอาทิตย์เป็นปัจจัยหลักที่กำหนดประสิทธิภาพของระบบโซลาร์เซลล์ ปริมาณรังสีจากดวงอาทิตย์ที่ตกกระทบบนแผงโซลาร์เซลล์จะแปรผันไปตามปัจจัยต่างๆ เช่น ตำแหน่งที่ตั้งของแผงโซลาร์เซลล์ สภาพอากาศ ฤดูกาล และช่วงเวลาของวัน ดังนั้น การวัดรังสีจากดวงอาทิตย์จึงช่วยให้สามารถประเมินประสิทธิภาพของระบบโซลาร์เซลล์ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งสามารถนำข้อมูลนี้ไปใช้ในการออกแบบระบบโซลาร์เซลล์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด รวมไปถึงการคาดการณ์ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ในแต่ละวันหรือในแต่ละปี
ประโยชน์ของการวัดรังสีจากดวงอาทิตย์ในระบบโซลาร์ ได้แก่
- ประเมินศักยภาพการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ปริมาณรังสีจากดวงอาทิตย์เป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดศักยภาพการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ โดยพื้นที่ที่มีปริมาณรังสีจากดวงอาทิตย์สูง จะสามารถผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้มากกว่าพื้นที่ที่มีปริมาณรังสีจากดวงอาทิตย์ต่ำ การตรวจวัดรังสีจากดวงอาทิตย์จะช่วยให้สามารถประเมินศักยภาพการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้อย่างแม่นยำ
- ออกแบบระบบโซลาร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การออกแบบระบบโซลาร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดนั้น จะต้องพิจารณาถึงปริมาณรังสีจากดวงอาทิตย์ในพื้นที่ติดตั้ง ระบบโซลาร์ควรติดตั้งในตำแหน่งที่จะได้รับรังสีจากดวงอาทิตย์อย่างเต็มที่ เพื่อให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้มากที่สุด การตรวจวัดรังสีจากดวงอาทิตย์จะช่วยให้สามารถออกแบบระบบโซลาร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
- ติดตามประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์อาจลดลงเมื่อเวลาผ่านไป เนื่องจากปัจจัยต่างๆ เช่น ฝุ่นละออง หิมะ หรือพืชผลที่ปลูกอยู่บริเวณใกล้เคียง การตรวจวัดรังสีจากดวงอาทิตย์จะช่วยให้สามารถติดตามประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้อย่างสม่ำเสมอ และสามารถดำเนินการแก้ไขหากประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าลดลง
- วางแผนการบำรุงรักษา การตรวจวัดรังสีจากดวงอาทิตย์จะช่วยให้สามารถวางแผนการบำรุงรักษาระบบโซลาร์ได้อย่างเหมาะสม โดยสามารถกำหนดช่วงเวลาในการบำรุงรักษาตามปริมาณรังสีจากดวงอาทิตย์ที่ลดลง
เซ็นเซอร์วัดรังสีจากดวงอาทิตย์ (Solar Radiation Sensor) แบรนด์ LSI Lastem เป็นอุปกรณ์วัดปริมาณรังสีจากดวงอาทิตย์แบบรวม (Total Radiation) ซึ่งสามารถวัดได้ทั้งรังสีคลื่นสั้นและรังสีคลื่นยาว ผลิตโดยบริษัท LSI Lastem ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำด้านการผลิตอุปกรณ์สำหรับตรวจวัดทางอุตุนิยมวิทยา จากประเทศอิตาลี
เซ็นเซอร์วัดรังสีจากดวงอาทิตย์
- Secondary Standard pyranometers (ISO9060)
เซ็นเซอร์วัดรังสีจากดวงอาทิตย์ ตามมาตรฐาน ISO 9060 และ WMO ฉบับที่ 8 (Part 1 Chapter 7) ด้วยค่าความถูกต้องที่ 2% เวลาตอบสนองที่รวดเร็ว เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความน่าเชื่อถือและความแม่นยำสูง

DPA252
ไพราโนมิเตอร์มาตรฐานทุติยภูมิ
สัญญาณขาออกโดยตรงจาก
thermopiles (uV)

DPA952
ไพราโนมิเตอร์มาตรฐานทุติยภูมิ
สัญญาณขาออก 4…20 mA
และ RS485 / Modbus

DPA953.1
ไพราโนมิเตอร์มาตรฐานทุติยภูมิ
สัญญาณขาออก RS485-Modbus
- First Class pyranometer (ISO9060)

DPA154
ไพราโนมิเตอร์คลาส 1 สัญญาณขาออกโดยตรงจาก thermopiles (uV)
DPA855
ไพราโนมิเตอร์คลาส 1 สัญญาณขาออก 4…20 mAp>
DPA980
ไพราโนมิเตอร์คลาส 1 สัญญาณขาออก RS485-Modbus
- Second Class pyranometer (ISO9060)
เซ็นเซอร์วัดรังสีจากดวงอาทิตย์ ไพราโนมิเตอร์ชั้น 2 ตามมาตรฐาน ISO 9060 และ WMO ฉบับที่ 8 (Part 1 Chapter 7) ด้วยค่าความถูกต้องที่ 10% เหมาะสำหรับการใช้งานพื้นฐานด้านอุตุนิยมวิทยาและพลังงานแสงอาทิตย์

DPA053A
ไพราโนมิเตอร์คลาส 2
สัญญาณขาออกโดยตรงจาก
thermopiles (uV)

DPA863
ไพราโนมิเตอร์คลาส 2
สัญญาณขาออก 4…20 mA

DPA983
ไพราโนมิเตอร์คลาส 2
สัญญาณขาออก RS485-Modbus
สนใจผลิตภัณฑ์ติดต่อ : คุณปทิตตา โทร. 088-924-9644 หรือ 092-258-1144 หรือ Line ID : @entechsi



