รับติดตั้งระบบ CEMS ยินดีให้คำปรึกษา พร้อมให้บริการแบบครบวงจร

บริษัท เอ็นเทค เอสไอ จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยจากแบรนด์ชั้นนำด้านงาน CEMS จากยุโรป เช่น เครื่องวัดก๊าซ SIEMENS ประเทศฝรั่งเศส เซ็นเซอร์วัดฝุ่นและอัตราการไหล ENVEA ประเทศอังกฤษ ระบบดึงตัวอย่างและเตรียมก๊าซก่อนทำการวัด PSG ประเทศเยอรมนี JCT ประเทศออสเตรีย DXG ประเทศเกาหลี เเละ ZUOYEAL ประเทศจีน ด้วยเครื่องมือและการออกแบบที่มีมาตรฐานจากผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ระบบ CEMS ของเรามีคุณภาพ ทนทาน เสถียร ดูแลรักษาง่ายและวัดค่าได้แม่นยำ!

ดีไซน์ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ (16)

ได้มีประกาศฉบับใหม่ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2567 กำหนดระยะเวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จตามวรรคสองต้องกำหนดมิให้เกินกว่าวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2567

ประกาศกฎหมายใหม่ 2569
โรงงานในกรุงเทพมหานครไหนบ้าง ที่ต้องติดตั้งระบบ CEMS   

     (ใหม่) เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. 2569 เกี่ยวกับกฎหมาย CEMS เพิ่มเติม ตามประกาศใหม่ ปี 2569 ได้มีการกำหนดให้โรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่เข้าข่ายตามประเภทอุตสาหกรรม ต้องติดตั้งระบบ Continuous Emission Monitoring Systems (CEMS) เพื่อเฝ้าระวังและรายงานค่ามลพิษทางอากาศแบบต่อเนื่อง โรงงานใหม่มีผลบังคับใช้ทันทีหลังประกาศ (วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569) และโรงงานเดิมต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
     ชนิดและประเภทโรงงานที่เข้าข่าย รวมถึงค่ามลพิษที่ต้องตรวจวัด ระบุในบัญชีแนบท้ายประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมด้านล่าง

หน่วยผลิตที่ต้องติดตั้งระบบ CEMS ตามกฎหมาย ปี 2565 มีแบ่งออกเป็น 13 กลุ่มดังนี้

  1. หน่วยผลิตพลังงานไฟฟ้าพลังความร้อนที่มีกำลังการผลิตต่อหน่วย ตั้งแต่ 10 เมกกะวัตต์ (MW) ขึ้นไป
  2. หม้อน้ำที่มีขนาด 30 ตันไอน้ำต่อชั่วโมงขึ้นไป
  3. หน่วยผลิตที่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิง 100 ล้านบีทียู (MMBTU) ต่อชั่วโมงขึ้นไป (heat input)
  4. หน่วยผลิตซีเมนต์ที่มีกำลังการผลิตตั้งแต่ 3,000 ตันต่อวันขึ้นไป ในส่วนของ
    4.1 หม้อเผา (Kiln)
    4.2 Clinker cooler ยกเว้น หน่วยผลิตที่ใช้อากาศร้อนจาก clinker cooler ที่ผ่านการขจัดฝุ่นแล้ว มาใช้ประโยชน์ (Waste heat recovery) ทั้งหมด
  5. หน่วยผลิตเยื่อกระดาษ ที่มีกำลังการผลิตตั้งแต่ 50 ตันต่อวันขึ้นไป ในส่วนของ
    5.1 Recovery furnace
    5.2 Lime kiln
  6. หน่วยกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ทุกขนาด ในส่วนของ
    6.1 Fluid Catalytic Cracking Unit (FCCU)
    6.2 Deep Catalytic Cracking Unit
    6.3 Fuel oil combustion unit
    6.4 Sulfur Recovery Unit (SRU)
  7. หน่วยถลุง หลอม หล่อ รีด ดึง หรือผลิตเหล็กหรือเหล็กกล้าขั้นต้น ที่มีกำลังการผลิตรวมตั้งแต่ 100 ตันต่อวันขึ้นไป ในส่วนของ
    7.1 เตาถลุง ทุกประเภทแหล่งกำเนิดความร้อน
    7.2 เตาหลอม ทุกประเภทแหล่งกำเนิดความร้อน
    7.3 กระบวนการ Preheat ที่ใช้น้ำมันเตาหรือถ่านหินเป็นแหล่งกำเนิดความร้อน.
  8. หน่วยถลุง ผสม ทำให้บริสุทธิ์ หลอม หล่อ รีด ดึง หรือผลิตโลหะในขั้นต้นซึ่งไม่ใช่เหล็กหรือเหล็กกล้า ที่มีกำลังการผลิตรวมตั้งแต่ 50 ตันต่อวันขึ้นไป ในส่วนของ
    8.1 เตาถลุง
    8.2 เตาหลอม
  9. หน่วยหลอมตะกั่ว ที่มีกำลังการผลิตรวมขนาดตั้งแต่ 10 ตันต่อวันขึ้นไป ในส่วนของเตาหลอม
  10. 10.1 หน่วยเตาเผาขยะอันตรายทุกขนาด
    10.2 เตาเผากากอุตสาหกรรมทุกขนาด
    10.3 เตาเผามูลฝอยชุมชน ที่มีความสามารถในการเผาสูงสุดตั้งแต่ 10 ตันต่อวันขึ้นไป
    10.4 เตาเผาขยะติดเชื้อ ที่มีความสามารถในการเผาสูงสุดตั้งแต่ 10 ตันต่อวันขึ้นไป
  11. หน่วยผลิตกรดกำมะถัน ที่มีกำลังการผลิตตั้งแต่ 100 ตันต่อวันขึ้นไป ยกเว้นการแบ่งบรรจุ
  12. หน่วยผลิตแก้ว เส้นใยแก้ว หรือผลิตภัณฑ์แก้ว ในส่วนของเตาหลอมที่ใช้ความร้อนตั้งแต่ 100 ล้านบีทียู (MMBTU) ต่อชั่วโมงขึ้นไป (heat input) ทั้งนี้ ไม่รวมความร้อนจากระบบ Electric Booster และ Heat Recovery
  13. หน่วยการผลิตอื่นที่ถูกกำหนดให้ติดตั้งเครื่องมือหรือเครื่องอุปกรณ์พิเศษ เพื่อรายงานมลพิษอากาศจากปล่องโรงงาน(Continuous Emission Monitoring Systems : CEMS) ตามเงื่อนไขรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

หน่วยผลิตที่ต้องติดตั้งระบบ CEMS ตามกฎหมาย ปี 2569 มีเเบ่งออกเป็น 11 กลุ่ม ดังนี้

  1. หน่วยผลิตพลังงานไฟฟ้าพลังความร้อน (ยกเว้นใช้เชื้อเพลิงก๊าซในการเผาไหม้)
  2. หม้อน้ำที่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิง (ยกเว้นใช้เชื้อเพลิงก๊าซหรือพลังงานไฟฟ้าในการเผาไหม้)
  3. หน่วยผลิตที่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิง (ยกเว้นใช้เชื้อเพลิงก๊าซในการเผาไหม้)
  4. หน่วยผลิตซีเมนต์ ในส่วนของ
    4.1 หม้อเผา (Kiln)
    4.2 Clinker cooler ยกเว้น หน่วยผลิตที่ใช้อากาศร้อนจาก clinker cooler ที่ผ่านการขจัดฝุ่นแล้ว มาใช้ประโยชน์ (Waste heat recovery) ทั้งหมด
  5. หน่วยผลิตเยื่อกระดาษ ในส่วนของ
    5.1 Recovery Furnace
    5.2 Lime kiln
  6. หน่วยถลุง หลอม หล่อ รีด ดึง หรือผลิตเหล็กหรือเหล็กกล้าขั้นต้น ในส่วนของ
    6.1 เตาถลุง
    6.2 เตาหลอม
    6.3 กระบวนการ Preheat
  7. หน่วยถลุง ผสม ทำให้บริสุทธิ์ หลอม หล่อ รีด ดึง หรือผลิตโลหะในขั้นต้นซึ่งไม่ใช่เหล็กหรือเหล็กกล้า ในส่วนของ
    7.1 เตาถลุง
    7.2 เตาหลอม
  8. หน่วยหลอมตะกั่ว ในส่วนของเตาหลอม
  9. เตาเผาขยะ
    9.1 เตาเผามูลฝอยชุมชน
    9.2 เตาเผาขยะติดเชื้อ
  10. หน่วยผลิตกรดกำมะถัน ยกเว้นการแบ่งบรรจุ
  11. หน่วยผลิตแก้ว เส้นใยแก้ว หรือผลิตภัณฑ์แก้ว ในส่วนของเตาหลอมที่ใช้ความร้อน ทั้งนี้ ไม่รวมความร้อนจากระบบ Electric Booster และ heat Recovery

ค่าของเครื่องมือหรือเครื่องอุปกรณ์พิเศษที่ต้องตรวจวัดและหน่วยวัด ดังนี้

ค่าของเครื่องมือหรือเครื่องอุปกรณ์พิเศษที่ต้องตรวจวัดหน่วยวัด
ความทึบแสง (opacity)ร้อยละ (%) และมิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (mg/m³)
ฝุ่นละออง (Particulate)มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (mg/m³)
ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur dioxide : SO₂)ส่วนในล้านส่วน (ppm)
ออกไชด์ของไนโตรเจน (Oxides of Nitrogen : NOₓ) ในรูปในโตรเจนไดออกไซด์ส่วนในล้านส่วน (ppm)
คาร์บอนมอนอกไชด์ (Carbon monoxide : CO)ส่วนในล้านส่วน (ppm)
ออกซิเจน (Oxygen : 0₂)ร้อยละ โดยปริมาตร (% by volume)
Total Reduced Sulfur (TRS)ส่วนในล้านส่วน (ppm)
ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H₂S)ส่วนในล้านส่วน (ppm)
ปรอท (Hg)มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (mg/m³)
ไฮโดรเจนคลอไรด์ (HCI)มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (mg/m³)
อัตราการไหลภายในปล่อง (Flow Rate)ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง (m³/hr)
อุณหภูมิภายในปล่ององศาเซลเชียส

* ค่าที่ต้องตรวจวัดขึ้นกับชนิดของประเภทโรงงานตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
ที่มา : ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดให้โรงงานต้องติดตั้งเครื่องมือหรือเครื่องอุปกรณ์พิเศษ เพื่อรายงานมลพิษอากาศจากปล่องโรงงาน พ.ศ. 2565 (ใหม่)

สามารถใช้เครื่องมือหรือเครื่องอุปกรณ์พิเศษร่วมกันแบบแบ่งคาบเวลา (Time sharing) ได้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมก่อนดำเนินการ โดยตรวจวัดมลพิษแบบ Time sharing ได้สูงสุดไม่เกิน 3 ปล่อง

ต้องมีคุณสมบัติและสภาวะที่คล้ายคลึงกัน คือ
1) ประเภทเชื้อเพลิง = เชื้อเพลิงประเภทเดียวกัน
2) ลักษณะกระบวนการผลิต = กระบวนการผลิตเดียวกันหรือเหมือนกัน
3) ค่าความเข้มข้นของมลพิษอากาศ อัตราการไหลและความชื้นของอากาศเสียภายในปล่องระบายใกล้เคียงกัน = แต่ละปล่องมีค่าแตกต่างกันไม่เกินร้อยละ 20 (ไม่เกิน 20%)

ส่วนประกอบหลักของระบบ CEMS มีดังนี้

  1. เซ็นเซอร์วัดฝุ่นแบบต่อเนื่อง (Dust Sensor) โดยใช้หลักการ Opacity หรือ Light Scattering ขึ้นกับความเหมาะสมของหน้างาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เซ็นเซอร์วัดฝุ่นสำหรับฝุ่นแห้งจะไม่เหมาะสมกับการใช้งานกับฝุ่นเปียกที่ควรใช้เซ็นเซอร์มีการออกแบบมาเป็นพิเศษ (ระบบกำจัดฝุ่นเป็นแบบ Wet Scrubber)
  2. เซ็นเซอร์วัดอัตราการไหลและอุณหภูมิของก๊าซในปล่อง (Flow Sensor) มีให้เลือกทั้งหลักการ Differential Pressure หรือ Ultrasonic ขึ้นกับความเหมาะสมของหน้างาน (ถ้าเป็นหลักการ Differential Pressure จะสามารถวัดได้ทั้ง อัตราการไหล อุณหภูมิ และแรงดัน)
  3. ระบบดึงตัวอย่างและเตรียมก๊าซก่อนทำการวัด (Gas sampling & Gas conditioning system) เช่น Heated Probe, Heated Line, Cooler, Filter, Aerosol Filter, Pump, etc.
  4. เครื่องวัดก๊าซ (Gas Analyzer) ใช้หลักการวัดหลายแบบตามความเหมาะสม เช่น NDIR สำหรับก๊าซ CO, NOX, SO2 และ Paramagnetic สำหรับก๊าซ O2
  5. ระบบประมวลผลและแสดงค่า Dash Board และเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต
  6. ระบบตรวจสอบมลพิษระยะไกล (Pollution Online Monitoring System: POMS) ของกรมโรงงานอุตสาหกรรมสามารถดูค่าของโรงงานทั่วประเทศได้ทั้งทางเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นโทรศัพท์มือถือ

เอกสารประกอบการบรรยายจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม

วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม 2568 ได้อับเดตข้อมูลที่ผู้ประกอบการโรงงานควรทราบ ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ได้ที่ >>

บริษัท เอ็นเทคฯ ได้ติดตั้งและดูแลระบบ CEMS แบบครบวงจร ให้กับโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ เช่น โรงไฟฟ้า โรงงานน้ำตาล โรงงานรถยนต์ โรงงานกระดาษ โรงงานแก้ว กระจก โรงงานเหล็ก อลูมิเนียม โรงผลิตไม้พาร์ติเคิล บอร์ด ฯลฯ

บริษัท เอ็นเทค เอสไอ จำกัด รับติดตั้งระบบ CEMS ระบบวัดมลพิษทางอากาศ บริการให้คำปรึกษาฟรี ให้บริการแบบ One Stop Service ตั้งแต่ออกแบบ ติดตั้งระบบ ทดสอบระบบ และดูแลหลังการขาย โดยทีมงานวิศวกรผู้ชำนาญ

คุณปทิตตา โทร. 088-924-9644 หรือ 092-258-1144
คุณพรเทพ (ฝ่ายขายภาคตะวันออก) มือถือ 092-282-3113
โทร. 02 779 8855 ต่อ 165-166
📲 Line: https://line.me/R/ti/p/@entechsi

Social Share