ตรวจจับก่อนเกิดเหตุ ยกระดับความปลอดภัยใน Data Center ด้วย Gas & Thermal Monitoring

ตรวจจับก่อนเกิดเหตุ ยกระดับความปลอดภัยใน Data Center
ด้วย Gas & Thermal Monitoring

การตรวจจับแก๊สและความร้อนผิดปกติด้วย Teledyne iTrans2 และ Optris Xi410

     Data Center ในยุค AI มีแนวโน้มรองรับความต้องการด้านประมวลผลที่สูงขึ้น ส่งผลให้ความหนาแน่นของพลังงานต่อแร็คเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ระบบสำรองไฟ ระบบแบตเตอรี่ และระบบทำความเย็นก็มีความซับซ้อนมากขึ้นตามไปด้วย

     การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางกายภาพภายใน Data Center เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะความเสี่ยงที่อาจไม่สามารถตรวจพบได้ด้วยการสังเกตทั่วไป เช่น การสะสมของแก๊สที่ติดไฟหรือเป็นอันตราย และ การเกิดความร้อนผิดปกติในระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์สำคัญ ทั้งสองปัจจัยสามารถเป็นสัญญาณเริ่มต้นของเหตุการณ์รุนแรง เช่น ไฟไหม้ การระเบิด หรือความเสียหายต่อระบบโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของ Data Center ดังนั้น การตรวจติดตามความผิดปกติแบบต่อเนื่องและการแจ้งเตือนตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงมีบทบาทสำคัญในการลดความเสี่ยงและเพิ่มระยะเวลาในการตอบสนองต่อเหตุการณ์

     บทความนี้นำเสนอ 2 เทคโนโลยีสำหรับการตรวจติดตามความเสี่ยงใน Data Center ได้แก่ Teledyne iTrans2 สำหรับการตรวจจับแก๊ส และ Optris Xi410 สำหรับการตรวจวัดและติดตามความร้อนผิดปกติ ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการเฝ้าระวังเชิงป้องกันและการบริหารจัดการความเสี่ยงภายใน Data Center

ความเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวังภายใน Data Center

Data Center ประกอบด้วยระบบสำคัญจำนวนมากที่ทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ระบบจ่ายไฟ ระบบสำรองไฟ ระบบแบตเตอรี่ ระบบทำความเย็น ไปจนถึงระบบประมวลผลและจัดเก็บข้อมูล

หนึ่งในพื้นที่ที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ ห้องแบตเตอรี่สำรองไฟ (UPS Battery Room)

สำหรับระบบที่ใช้แบตเตอรี่ตะกั่วกรด เช่น VRLA หรือ Lead-acid battery กระบวนการชาร์จและคายประจุอาจทำให้เกิดก๊าซไฮโดรเจน (H₂) หากมีการสะสมของไฮโดรเจนในพื้นที่ที่มีการระบายอากาศไม่เพียงพอ ความเข้มข้นของแก๊สอาจเพิ่มขึ้นจนเข้าสู่ช่วงที่สามารถติดไฟหรือเกิดการระเบิดได้ ด้วยเหตุนี้ การออกแบบระบบระบายอากาศและระบบตรวจจับแก๊สจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของการบริหารความปลอดภัยในห้องแบตเตอรี่ โดยต้องเลือกเทคโนโลยีเซนเซอร์ให้เหมาะสมกับชนิดของแบตเตอรี่และแก๊สที่ต้องการตรวจวัด

สำหรับ Data Center ที่นำ Lithium-ion Battery มาใช้ในระบบสำรองไฟ ความเสี่ยงมีลักษณะแตกต่างออกไป โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญคือ Thermal Runaway

Thermal Runaway เป็นกระบวนการที่อุณหภูมิภายในเซลล์แบตเตอรี่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและนำไปสู่ปฏิกิริยาคายความร้อนแบบต่อเนื่อง หากไม่สามารถควบคุมได้ อาจพัฒนาไปสู่การเกิดควัน ไฟไหม้ หรือความเสียหายรุนแรงของระบบแบตเตอรี่

ในระยะก่อนเกิด Thermal Runaway แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสามารถปล่อยสารระเหยจากอิเล็กโทรไลต์ หรือ Off-gas ออกมา ซึ่งสามารถใช้เป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนล่วงหน้าเพื่อให้ระบบตรวจจับสามารถแจ้งเตือนก่อนที่เหตุการณ์จะพัฒนาไปสู่ระยะรุนแรง นอกเหนือจากห้องแบตเตอรี่แล้ว Data Center ยังมีพื้นที่อื่นที่ควรพิจารณาการตรวจติดตามแก๊ส เช่น พื้นที่ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง ระบบทำความเย็น หรือพื้นที่ที่มีการใช้สารทำความเย็นและสารเคมีที่เกี่ยวข้อง

     อีกหนึ่งความเสี่ยงสำคัญคือ ความร้อนผิดปกติจากระบบไฟฟ้า จุดเชื่อมต่อที่หลวม ขั้วต่อที่เสื่อมสภาพ สายไฟที่ชำรุด หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ทำงานภายใต้ภาระโหลดสูง อาจทำให้เกิดความร้อนสะสมเฉพาะจุด โดยในระยะแรกความผิดปกติดังกล่าวอาจไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่หากไม่ได้รับการตรวจพบและแก้ไข อาจนำไปสู่การเกิดอาร์กไฟฟ้า ประกายไฟ หรือความเสียหายของอุปกรณ์ได้

     ดังนั้น การตรวจติดตามทั้ง สภาพของอากาศ และ รูปแบบการกระจายตัวของความร้อน จึงเป็นแนวทางสำคัญสำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยของ Data Center

Teledyne iTrans2 : ระบบตรวจจับแก๊สสำหรับการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

iTrans2 เป็นเครื่องตรวจจับแก๊สแบบ Stand-alone จาก Teledyne Gas and Flame Detection ซึ่งออกแบบมาสำหรับการใช้งานในพื้นที่อุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงจากแก๊สไวไฟหรือแก๊สอันตราย ระบบได้รับการออกแบบให้สามารถทำงานได้อย่างอิสระ พร้อมฟังก์ชันสำหรับการตรวจวัด การแจ้งเตือน และการเชื่อมต่อกับระบบควบคุมของโรงงาน

จุดเด่นของ iTrans2

  • รองรับการตรวจวัดหลายจุด

    iTrans2 สามารถรองรับการตรวจวัดได้มากกว่า 1 จุดตามรูปแบบการติดตั้งและการเลือกเซนเซอร์ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการออกแบบระบบตรวจจับแก๊สให้เหมาะสมกับพื้นที่ใช้งาน

  • ระบบ Stand-alone พร้อม Relay ในตัว

    ตัวเครื่องมี Relay สำหรับใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์แจ้งเตือนหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น สัญญาณ Alarm ระบบระบายอากาศ หรืออุปกรณ์ควบคุมอื่น ๆ ช่วยให้สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาระบบควบคุมส่วนกลางเพียงอย่างเดียว

  • Smart Sensor Technology

    ระบบสามารถตรวจจำแนกและจดจำเซนเซอร์โดยอัตโนมัติ พร้อมฟังก์ชันด้านความปลอดภัยและการป้องกันความผิดพลาดระหว่างกระบวนการ Zero และ Calibration

  • รองรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรม

    iTrans2 ได้รับการออกแบบสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงและมีสารปนเปื้อน ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของเซนเซอร์บางประเภท

  • รองรับ HART Communication

    สามารถใช้ HART Communication Protocol สำหรับการวินิจฉัย การตั้งค่า และการสอบเทียบเซนเซอร์ผ่านระบบสื่อสาร 4–20 mA ช่วยเพิ่มความสะดวกในการบำรุงรักษาและตรวจสอบระบบ

  • รองรับตัวเรือนสำหรับพื้นที่อันตราย

    iTrans2 มีตัวเลือกตัวเรือนสำหรับการใช้งานในพื้นที่อันตราย และมีรุ่นที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล เช่น ATEX, IECEx, CSA, FM และ UL ทั้งนี้ การเลือก Certification ควรพิจารณาให้สอดคล้องกับ Classification ของพื้นที่ติดตั้ง

รองรับการตรวจจับแก๊สหลากหลายประเภท
iTrans2 สามารถใช้งานร่วมกับเซนเซอร์สำหรับตรวจจับแก๊สได้หลายประเภท โดยขึ้นอยู่กับรุ่นและ Configuration ที่เลือก เช่น แก๊สไฮโดรคาร์บอนที่ติดไฟได้ ได้แก่ Methane, Butane, Propane, Ethylene และ Hexane รวมถึงตัวเลือกสำหรับ CO₂ และแก๊สประเภทอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีเซนเซอร์เฉพาะสำหรับการตรวจจับ CO, H₂S และ O₂ เพื่อให้สามารถออกแบบระบบให้เหมาะสมกับลักษณะความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่

ข้อควรพิจารณาสำหรับการตรวจจับ Hydrogen ในห้องแบตเตอรี่

สำหรับการตรวจจับ Hydrogen (H₂) จำเป็นต้องเลือกชนิดเซนเซอร์ให้เหมาะสมกับคุณสมบัติของแก๊ส เนื่องจากเซนเซอร์ Infrared/NDIR ทั่วไปไม่ได้เหมาะสำหรับการตรวจจับ Hydrogen ในลักษณะเดียวกับแก๊สไฮโดรคาร์บอน

      ดังนั้น หากต้องการเฝ้าระวัง Hydrogen ในห้องแบตเตอรี่ ควรพิจารณาเซนเซอร์ที่ออกแบบมาสำหรับ H₂ โดยเฉพาะ เช่น Catalytic Bead, Electrochemical หรือเทคโนโลยีอื่นที่ผู้ผลิตระบุว่าสามารถตรวจจับ Hydrogen ได้ รวมถึงตรวจสอบให้แน่ใจว่า Configuration ของ iTrans2 ที่เลือกสามารถรองรับเซนเซอร์ดังกล่าวได้

Optris Xi410: ตรวจจับความร้อนผิดปกติก่อนพัฒนาไปสู่เหตุการณ์รุนแรง

หากการตรวจจับแก๊สช่วยติดตามความผิดปกติของสภาพแวดล้อม Thermal Camera จะช่วยตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิบนพื้นผิวของอุปกรณ์แบบไม่สัมผัส Optris Xi410 เป็นกล้องถ่ายภาพความร้อนแบบ Compact Infrared Camera สำหรับงานอุตสาหกรรม สามารถใช้สำหรับการตรวจวัดอุณหภูมิและติดตาม Hotspot ในพื้นที่ที่ต้องการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลทางเทคนิคที่สำคัญของ Optris Xi410

หัวข้อ รายละเอียด
ความละเอียด 384 × 240 pixels
Pixel Pitch 17 µm
Detector Uncooled Bolometer
Spectral Range LWIR 8–14 µm
Thermal Sensitivity (NETD) 60 mK
ช่วงอุณหภูมิ -20°C ถึง 900°C หรือ -20°C ถึง 1,500°C ขึ้นอยู่กับรุ่น/Configuration
ความแม่นยำ ±2°C หรือ ±2% แล้วแต่ค่าที่มากกว่า
Frame Rate สูงสุด 25 Hz ผ่าน Ethernet
Interfaces Ethernet, USB 2.0, RS485, PoE
Industrial Protocols EtherNet/IP, PROFINET, Modbus TCP
Protection IP67, Stainless Steel Housing

หนึ่งในคุณสมบัติที่สำคัญสำหรับงาน Monitoring คือ Automatic Hotspot Detection ซึ่งช่วยตรวจจับบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงผิดปกติและสามารถนำข้อมูลไปใช้สำหรับการแจ้งเตือนหรือเชื่อมต่อกับระบบควบคุมภายนอกได้

Xi410 ยังมีตัวเลือกเลนส์หลายรูปแบบ เพื่อให้สามารถเลือก Field of View ให้เหมาะสมกับระยะติดตั้งและขนาดของพื้นที่ที่ต้องการตรวจสอบ ตั้งแต่มุมมองแบบแคบสำหรับการตรวจสอบอุปกรณ์เฉพาะจุด ไปจนถึงมุมมองที่กว้างขึ้นสำหรับการเฝ้าระวังพื้นที่

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ Thermal Camera ใน Data Center

     1. ตู้ไฟฟ้าและ Switchgear     
     สามารถติดตั้งกล้องเพื่อเฝ้าระวังจุดเชื่อมต่อ ขั้วต่อ เบรกเกอร์ และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่อาจเกิดความร้อนผิดปกติจากการเชื่อมต่อที่ไม่สมบูรณ์หรือภาระโหลดที่สูง การตรวจพบ Hotspot ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยให้ทีมบำรุงรักษาสามารถเข้าตรวจสอบอุปกรณ์ก่อนที่ความผิดปกติจะพัฒนาไปสู่ความเสียหายที่รุนแรงขึ้น
     2. ระบบ UPS และ Battery Room
กล้อง Thermal Camera สามารถใช้ตรวจติดตามอุณหภูมิของ Battery String, Battery Cabinet และจุดเชื่อมต่อทางไฟฟ้า เพื่อค้นหาความผิดปกติของอุณหภูมิที่อาจเกิดขึ้นในระบบ อย่างไรก็ตาม Thermal Camera ควรใช้เป็นหนึ่งในระบบตรวจติดตามหลายรูปแบบ และไม่ควรถือเป็นระบบตรวจจับ Thermal Runaway หรือ Battery Off-gas เพียงระบบเดียว

     3. Server Rack และอุปกรณ์ IT 
     การตรวจวัดความร้อนสามารถช่วยระบุความผิดปกติของอุปกรณ์ เช่น อุปกรณ์ประมวลผลที่มีอุณหภูมิสูงผิดปกติ ระบบระบายความร้อนที่ทำงานผิดปกติ หรือจุดเชื่อมต่อที่มีการสะสมความร้อน

    4. Power Distribution Unit (PDU)  
    PDU เป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่สามารถนำ Thermal Monitoring มาใช้เพื่อติดตามรูปแบบการกระจายตัวของอุณหภูมิและตรวจสอบ Hotspot ที่อาจบ่งชี้ถึงความผิดปกติของระบบไฟฟ้า

Gas Detection และ Thermal Monitoring: สองระบบที่ทำงานเสริมกัน

     Gas Detector และ Thermal Camera มีหลักการตรวจจับที่แตกต่างกัน และสามารถทำหน้าที่เสริมกันในแนวทาง Defense in Depth

เทคโนโลยี สิ่งที่ตรวจจับ พื้นที่ประยุกต์ใช้ ลักษณะสัญญาณที่ตรวจพบ
Gas Detector เช่น iTrans2 แก๊สไวไฟ แก๊สพิษ หรือแก๊สที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ Battery Room, Generator Room, Cooling System และพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากแก๊ส การเปลี่ยนแปลงของความเข้มข้นแก๊สในอากาศ
Thermal Camera เช่น Optris Xi410 อุณหภูมิและ Hotspot ที่ผิดปกติ Electrical Panel, Switchgear, PDU, UPS, Battery Cabinet และ Server Equipment การเพิ่มขึ้นหรือรูปแบบอุณหภูมิที่ผิดปกติ

Gas Detection มีบทบาทในการตรวจติดตามความผิดปกติของสภาพแวดล้อมทางอากาศ ขณะที่ Thermal Monitoring มุ่งตรวจสอบความผิดปกติด้านอุณหภูมิของอุปกรณ์และพื้นผิว การนำทั้งสองเทคโนโลยีมาใช้งานร่วมกันจึงช่วยเพิ่มความครอบคลุมของระบบตรวจติดตาม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงหลายรูปแบบ เช่น UPS Battery Room และพื้นที่ระบบไฟฟ้าหลัก

ทั้งนี้ ระบบทั้งสองควรได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับการประเมินความเสี่ยงของสถานที่ ชนิดของแบตเตอรี่ ชนิดของแก๊ส อุปกรณ์ที่ต้องการตรวจสอบ ตำแหน่งติดตั้ง และระบบ Alarm/Control ที่ใช้งานอยู่จริง

จาก Reactive สู่ Proactive Safety

     สำหรับ Data Center ที่ต้องให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องในการให้บริการ ความเสียหายจากเหตุการณ์ทางกายภาพอาจส่งผลกระทบต่อทั้งระบบ IT ระบบไฟฟ้า และระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง การตรวจพบความผิดปกติหลังจากเกิดเหตุแล้วอาจไม่เพียงพอสำหรับระบบที่ต้องทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
     แนวทาง Proactive Monitoring จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยการตรวจติดตามสัญญาณผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของความเข้มข้นแก๊ส หรือการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในจุดสำคัญ
เมื่อระบบตรวจจับสามารถส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ปฏิบัติงานหรือเชื่อมต่อกับระบบบริหารจัดการอาคารและโครงสร้างพื้นฐาน เช่น Building Management System (BMS) หรือ Data Center Infrastructure Management (DCIM) ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปใช้เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน และการตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

     ความปลอดภัยของ Data Center ในยุค AI ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์หรือการลด Downtime ของระบบเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงทางกายภาพที่เกิดจากความหนาแน่นของพลังงาน อุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบสำรองไฟ และระบบแบตเตอรี่ที่เพิ่มสูงขึ้น
     iTrans2 สามารถเป็นหนึ่งในโซลูชันสำหรับการตรวจติดตามแก๊สในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ขณะที่ Optris Xi410 สามารถนำมาใช้สำหรับการตรวจวัดอุณหภูมิและติดตาม Hotspot ของอุปกรณ์แบบไม่สัมผัส
     เมื่อเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับลักษณะความเสี่ยง และเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับระบบ Alarm หรือระบบบริหารจัดการส่วนกลาง ทั้งสองเทคโนโลยีสามารถช่วยเพิ่มความสามารถในการ Detect Early – Alert Early – Respond Early
     เพราะใน Data Center การตรวจพบความผิดปกติได้เร็วขึ้น ไม่ได้หมายถึงเพียงการเห็นปัญหาเร็วขึ้นเท่านั้น แต่หมายถึงการเพิ่มโอกาสในการเข้าดำเนินการก่อนที่เหตุการณ์จะพัฒนาไปสู่ความเสียหายที่รุนแรง

☎ โทร. 02 779 8855 ต่อ 163–165
📍 กรุงเทพฯ และพื้นที่อื่น ๆ: คุณวศิกา 📲 094-462-6616, 092-249-8787
📍 ภาคตะวันออก: คุณพรเทพ 📲 092 970 4047
📲 Line: @entechsi

 

Social Share